Engine by สยามทูเว็บผู้ให้บริการเว็บไซต์สำเร็จรูป
  เข้าสู่ระบบ - สมัครสมาชิก
 

ลักษณะของคริสเตียน...

1.บทบาทการนมัสการและการถวายเกียรติ  ชาวคริสเตียนเน้นการนมัสการที่เข้าถึงพระเจ้าโดยตรง ทั้งการแสดงออก ท่าที การร้องเพลงสรรเสริญ การชูมือ หลับตา ปล่อยตัวไปตามอารมณ์เพลง ไม่ต้องกุมมือหรือยืนนิ่งสงบ ทุกคนสามารถมีส่วนรวมในการร้องเพลงสรรเสริญที่เท่าเทียมกัน  นอกจากนั้นการพูดถึงพระพรที่พระเจ้าอวยพรในชีวิต โดยไม่ต้องเกรงถึงความไม่เหมาะสมใด สิ่งใดที่เป็นสิ่งที่พระเจ้าอวยพระพร สามารถแชร์ออกมาแก่ผู้อื่นได้ และถือว่าเป็นการถวายพระเกียรติแด่พระเจ้า  ไม่จำเป็นต้องเก็บสำรวมไว้  เพราะทุกสิ่งที่พระเจ้าอวยพรนั้นเป็นสิ่งดี และพระองค์มีจุดประสงค์ให้เราบอกกล่าวแก่ผู้อื่น และนำเขาเหล่านั้นมาร่วมรับพระคุณด้วยกันอยู่แล้ว


 2.การไถ่บาป ไม่ต้องผ่านบาทหลวง แต่สามารถสารภาพบาปกับพระเจ้าได้โดยตรง เพราะพระเจ้าทรงอยู่กับเราเสมอ พระองค์ไม่ได้เลือกที่จะอยู่กับผู้มีอำนาจ หรือผู้ที่ถูกแต่งตั้งขึ้นเท่านั้น  เราสามารถสารภาพบาปได้วันต่อวัน ทุกที่ ทุกเวลา ดั่งสมัยของพระเยซู พระองค์ได้แสดงให้เห็นว่า ไม่ใช่แค่เหล่านักบวชหรือพวกฟาริสีเท่านั้นที่จะมีสิทธิทำพิธีให้กับผู้เชื่อได้  แต่ทุกคนที่วางใจในพระเจ้าและเป็นผู้ที่เข้มแข็งในการประพฤติตามทางของพระเจ้า ก็ทำได้เช่นกัน ดั่งที่เปโตรทรงรักษาคนป่วยให้หายได้ดั่งเช่นพระเยซู เปาโล ทรงรักษาคนง่อยได้รวมทั้งคนพิการ  เพราะพวกเขาเชื่อและวางใจในพระเยซู   จึงไม่ใช่แค่วันอาทิตย์เท่านั้นที่เราจึงจะสามารถไปชำระบาปได้ แต่ทำได้ทุกที่อย่างไม่เจาะจงว่าต้องทำกับใคร หรือไปสารภาพกับใครคนหนึ่ง


3.รูปปั้นหรือรูปเคารพ  ในโบสถ์ของชาวคริสเตียน จะไม่มีรูปปั้นเลย เพราะบทบัญญัติ 10ประการ ที่พระเจ้าประทานแก่โมเสสนั้น ได้มีข้อหนึ่งบอกไว้ชัดเจนว่า ห้ามทำรูปเคารพใดๆ สำหรับพระเจ้า  และเพื่อยืนยันในบทนี้ สิ่งที่เราศึกษาได้จากสมัยโมเสสคือ พวกอิสราเอลสร้างรูปปั้นทองคำขึ้น และพระเจ้าทรงพระพิโรธมาก จนโมเสสต้องทำลายทิ้งและเอาไปเผาไฟ แม้รูปปั้นนั้นพวกอิสราเอลจะกล่าวว่านี่คือพระเจ้าที่ช่วยเหลือพวกเขาก็ตาม แต่นั่นไม้ถุกต้องและไม่เป็นที่พอพระทัยพระเจ้ายิ่ง จนพระองค์ไม่ต้องการที่จะช่วยเหลือคนอิสราเอลอีกต่อไป   นี่ถือเป็นการร้ายแรงยิ่งที่พระเจ้าไม่ทรงโปรดแก่มนุษย์  พระองค์ทรงอยู่ในชีวิตและจิตวิญญาณของเรา ไม่ใช่ในรูปปั้นเคารพสักการะที่ฝีมือมนุษย์คนบาปกระทำขึ้น  ในคัมภร์สมัยก่อนก็กล่าวไว้ชัดเจนถึงการต่อต้านรูปเคารพเหล่านี้  แต่ก็ได้มีการดัดแปลงและลดความสำคัญลงไป  เพราะรูปปั้นั้นพูดไม่ได้ และช่วยเหลือมนุษย์ไม่ได้ หากเราจะสร้างรูปปั้นเพื่อไว้เคารพ มันก็คงไม่มีที่สิ้นสุด เพราะรูปปั้นหน้าตาและลักษณะแบบหนึ่งก็ล้วนเป็นเทพเจ้าและพระเจ้าได้ทั้งนั้น  ตัวอย่างในเมืองไทย เราคงเห็นและรู้กันดี ว่ารูปปั้นพระต่างๆนั้น หน้าตาไม่เหมือนกันเลย  และยังมีขึ้นมาอีกหลายต่อหลายองค์ หลายปางค์ เท็จ จริง ไม่มีที่สิ้นสุด แค่เราสร้างขึ้นมาจากทองคำและเอาไปตั้งจากนั้นเอาพวงมาลัยไปคล้อง เอาทองไปแปะ ก็ถือเป็นพระได้ซะแล้ว  หากวันหนึ่งเกิดมหันตภัยต่างๆ  รูปปั้นเหล่านั้นที่มนุษย์สร้างและเทิดทูนขึ้น จะช่วยอะไรเราได้ นอกจากเป็นแค่วัตถุที่แน่นิ่งอยู่เช่นนั้นและเสื่อมไปตามกาลเวลา   สมัยของโรมันก็มีการสร้างรูปปั้นเพื่อบูชาเทพเจ้าของกรีก ซึ่งจริงๆแล้ว ไม่มีตัวตนเลยแต่มนุษย์ให้บทบาทเสียเอง ซึ่งส่วนใหญ่ก็ถูกสร้างขึ้นเพื่อการแสวงหากำไรและผลประโยชน์ซะส่วนมากไม่ต่างกัน   อย่าลืมว่าพระเจ้าไม่ได้ต้องการแสวงหากำไรอะไรจากมนุษย์ พระองค์ไม่ต้องการให้เราสร้างตัวแทนของพระองค์ขึ้นมาเป็นรูปปั้น พระองค์ต้องการจิตใจที่เชื่อฟัง อ่อนน้อมและยำเกรงมากกว่า   

4.ลักษณะโบสถ์  โบสถ์ชาวคริสเตียน ไม่เน้นความหรูหรา ไม่ต้องประดับด้วยเพชร นิล จินดาหรือทองคำต่างๆเลย  และในโบสถ์ต้องไม่มีรูปปั้นที่แสดงว่าเป็นตัวแทนของพระเจ้า  จะมีแค่ไม้กางเขนเป็นสัญลักษณ์เท่านั้น แต่ไม่มีรูปปั้นพระเยซูถูกตรึงไว้ด้วย เพราะพระองค์ทรงฟื้นจากความตายแล้ว  ในสมัยก่อนที่พระเจ้าทรงให้กษัตริย์ซาโลมอนสร้างพระวิหารที่พระเจ้าจะทรงประทับนั้น ในวิหารของพระองค์ไม่มีรูปปั้นใดๆทั้งสิ้น เป็นวิหารที่เรียบง่าย ลักษณะสี่เหลี่ยมยาว สีขาวสร้างจากหินอ่อนที่หาได้ และมีห้องที่ประทับชั้นในไว้ประกอบพิธีเท่านั้น ดั่งรูปด้านบน  และนี่ได้แสดงว่าพระวิหารหรือโบสถ์ที่พระเจ้าพอพระทัยแท้จริงควรจะเป็นอย่างไร

เรียบเรียงโดย ดิเอเมน